วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน

 

1. แหล่งข้อมูลการสืบค้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

 

      หลักการค้นหาข้อมูลความรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

 

            ในการทำงานต่างๆ เช่น นักศึกษาทำการบ้านหรือทำรายงานส่งอาจารย์  หรือ  พนักงานบริษัทเตรียมการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ  มักจะต้องมีการหาข้อมูลประกอบการทำงานนั้นๆ บางครั้งข้อมูลอาจเป็นเพียงข้อมูลง่ายๆ  เช่น  ราคาสินค้า  อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐ  เป็นต้น  แต่บางครั้งอาจเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ต้องมีการวิเคราะห์  เช่น  แนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจโลกในช่วง  1 – 2  ปี  ซึ่งต้องมีการพิจารณาปัจจัยต่างๆ  รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดหรือไม่เกิดในอนาคตประกอบด้วย  ดังนั้นคำว่า  ข้อมูลความรู้ในที่นี้  จะรวมหมายถึงตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน  และข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และ / หรือ จัดหมวดหมู่แล้วซึ่งเรียก ว่า สารสนเทศ  ตลอดจนถึงข้อมูลเชิงลึกที่มีการวิเคราะห์ซึ่งควรจะเรียกได้ว่าความรู้ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถค้นหาได้จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ต่อไปนี้เราจะใช้คำว่าข้อมูลในความหมายกว้างที่รวมทั้งข้อมูล  สารสนเทศ  และความรู้ด้วย

หลักการค้นหาข้อมูล  มีดังต่อไปนี้

      1.   ต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องการ   คือ

           1)   รู้ว่าข้อมูลที่ต้องการนั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอะไร

           2)   รู้ว่าแหล่งข้อมูลที่มีข้อมูลนั้น  น่าจะเป็นหน่วยงานใด

           3)   รู้ว่าสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้น  มีอะไรบ้าง

 

      2.  ต้องรู้จักวิธีเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ

 

     3.  ต้องรู้จักวิธีใช้โปรแกรมสืบค้นข้อมูล หรือ เซิร์จเอ็นจิน (Search engine)

 

     4.  ต้องรู้จักใช้ดุลพินิจ  ว่า

           1)   ข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลที่ตรงกับความต้องการหรือไม่

            2)   ข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่

 

การค้นหาข้อมูล

 

1.  เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบต่าง ๆ และข้อมูลที่มีอยู่ในเครือข่าย

 

            นักศึกษาได้รู้จัก  คำว่า  “เครือข่าย”  และได้ทราบว่าระบบโทรศัพท์เป็นเครือข่ายสื่อสาร อีกชนิดหนึ่ง  คอมพิวเตอร์หลาย ๆ  เครื่องที่นำมาต่อเชื่อมกันสามารถรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้เป็นเครือข่ายอีกชนิดหนึ่ง  ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์มีบทบาทในฐานะเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย  และมีประสิทธิภาพ  เมื่อผนวกกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ดังตัวอย่างที่นักศึกษาได้ศึกษา  เครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ จึงสามารถค้นหาข้อมูลเกือบทุกอย่างที่ต้องการใช้ในการทำงานจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์

 

           เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้  เป็นเครือข่ายประเภทต่าง ๆ  ที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตรง

 

1.1 อินทราเน็ต (Intranet)

             เป็นเครือข่ายภายสำหรับองค์กรหนึ่งๆ ข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร หรือ ข้อมูลเพื่อการใช้ประโยชน์ขององค์กร  คอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมกับเครือข่ายอาจอยู่ภายในตึกเดียวกัน หรือ กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ หรือทั่วโลกก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรนั้นมีขนาดเล็กหรือใหญ่  มีสาขามากน้อยเพียงใด  ตัวอย่างอินทราเน็ตขนาดใหญ่  เช่น  อินทราเน็ตของบริษัท  โตโยต้า จำกัดซึ่งมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก อินทราเน็ตประเภทนี้ จะทำให้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก   สามารถดูแลการดำเนินธุรกิจของสาขาต่างๆ  ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

 

1.2 เอกซ์ทราเน็ต (Extranet)

         เป็นเครือข่ายภายในสำหรับองค์กร  เช่น  เดียวกับอินทราเน็ต แต่เปิดให้สมาชิกภายนอกที่ได้รับอนุญาตต่อเชื่อมกับเครือข่ายได้ด้วย  ตัวอย่างเครือข่ายแบบนี้  ได้แก่  เครือข่ายของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย  จำกัด  ที่มีร้านค้าวัสดุก่อสร้างต่างๆ  เป็นสมาชิกของเครือข่ายด้วย  เพื่อให้ร้านค้าเหล่านี้ สามารถติดต่อสั่งซื้อสินค้าและรับบริการอื่นๆ  จากบริษัทโดย สื่อสารผ่านเครือข่ายนี้ปัจจุบันนี้  เครือข่ายเอกซ์ทราเน็ตได้ถูกนำมาใช้อย่างมากในการจัดการสินค้าคงคลัง  (Inventory management)  สำหรับแหล่งจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ประเภท  “ห้างลดราคา”  (Discount Store)  หรือ  ซูปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่  ที่มีสาขามาก   แหล่งจำหน่ายสินค้าประเภทนี้  จะมีเครือข่ายเอกซ์ทราเน็ต  ซึ่งบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ขายส่งสินค้ารายใหญ่  เป็นสมาชิกของเครือข่าย  ข้อมูลสินค้าคงคลังจะเชื่อมโยนกับระบบการคิดเงิน  ด้วยเครื่องอ่านรหัสแท่ง (Barcode) และการตัดสต๊อกโดยอัตโนมัติ เมื่อสินค้ารายการใดลดลงถึงระบบที่จะต้องสั่งเพิ่มแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งไปแจ้งบริษัทผู้ผลิตหรือขายส่งสินค้านั้นโดยอัตโนมัติ  บริษัทนั้นก็จะนำสินค้ามาส่งได้ทันการ  หากไม่มีระบบอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว การบริหารสินค้าคงคลัง  จะต้องใช้คนจำนวนมากและมีอัตราผิดพลาดสูง  ในโรงงานอุสาหกรรมขนาดใหญ่  ก็เช่นเดียวกัน  การสั่งซื้อชิ้นส่วนที่นำมาประกอบรถยนต์หรือเครื่องรับโทรทัศน์  ก็ใช้วิธีบริหารสินค้าคลังผ่านระบบเอ็กซ์ทราเน็ต  เช่นเดียวกัน  ในบางกรณีบริหารสินค้าคงคลัง  สามารถทำได้ด้วยประสิทธิภาพสูงมาก  จนไม่ต้องมีคลังเก็บสินค้า  (โกดัง)  สำหรับตุนชิ้นส่วนเผื่อไว้ใช้  แต่ชิ้นส่วนต่าง ๆ  จะถูกส่งมาถึงโรงงานก่อนขณะที่ต้องการใช้เพียงเล็กน้อย  วิธีการบริหารการผลิตแบบนี้  เรียกว่า  ระบบทำเวลาพอดี  (Just-in-time system)

 

1.3 อินเทอร์เน็ต  (Internet)

            ทั้งอินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ต  เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล  เนื่องจากมีเจ้าของและเจ้าของเป็นผู้กำหนดว่าใครบ้างสามารถเป็นสมาชิกของเครือข่ายได้  (Private network)  แต่อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีเจ้าของ ทุกคนที่อยากต่อเชื่อมกับเครือข่ายสามารถต่อเชื่อมได้ เพียงแต่ปฏิบัติตามกติกา ซึ่งมีคณะกรรมการอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ เป็นผู้กำหนดอินเทอร์เน็ต จำเป็นแหล่งข้อมูลเปิดแหล่งใหญ่ที่สุดของโลกที่มีข้อมูลสารพัดชนิด  ทั้งที่มีประโยชน์ เช่น  ข่าวสาร  และสารความรู้ต่าง ๆ  และสิ่งที่เป็นพิษและเป็นภัย  เช่น  ภาพลามกอนาจารและข้อมูลกรรมวิถีการผลิตอาวุธร้ายแรงหรือยาเสพติด เป็นต้น ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตบ้างส่วนให้เปล่า บ้างส่วนเสียค่าสมาชิกถึงจะเข้าได้ นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตปัจจุบัน  ยังเป็นแหล่งซื้อขายสินและบริการ  ซึ่งมีทั้งขายปลีกขายส่งและการประมูล  การค้าขายผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น เ รียกว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

 

1.4 รูปแบบของข้อมูลในเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ประเภทต่างๆ

          เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้ง  3  ประเภท  ที่กล่าวแล้วเป็นเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ต่างกัน  ดังนั้น  รูปแบบของการนำเสนอของข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจึงอาจแตกต่างกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของอินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ต ซึ่งผู้ใช้บริการเป็นสมาชิกในวงปิดอาจใช้รูปแบบและวิธีการของตัวเอง  แต่ในกรณีเป็นเครือข่ายสาธารณะจะต้องใช้รูปแบบและวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล  สำหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน  รูปแบบการนำเสนอข้อมูลและวิธีการเปลี่ยนข้อมูลที่แพร่หลายมาก  จนกลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว คือ รูปของ WWW  ซึ่งมีอิทธิพลสูงมาก  ทำให้เครือข่ายเกือบทุกประเภทเปลี่ยนมาใช้ตามเป็นส่วนใหญ่  เนื่องจากผู้ใช้มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น